สามีภรรยาญี่ปุ่นแยกห้องนอน: ห่างกันสักพัก แต่เรายังรักกันอยู่ใช่มั้ย?
บทความ

สามีภรรยาญี่ปุ่นแยกห้องนอน: ห่างกันสักพัก แต่เรายังรักกันอยู่ใช่มั้ย?

จะบอกว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่ค่อนข้างน่าแปลกใจสำหรับเจ๊ก็ว่าได้นะคะ ที่คนญี่ปุ่นหลายคนที่รู้จักกันต่างบอกว่าตัวเองนอนแยกห้องกับสามี อาจด้วยความที่เจ๊ติดภาพว่าคนแต่งงานกันก็ควรจะอยู่ห้องเดียวกัน (ส่วนคนโสดอย่างเจ๊ก็นอนคนเดียวยาวไปอย่างไร้ทางเลือกเนาะ >__<)

ในสภาพสังคมญี่ปุ่นปัจจุบันที่จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น สวนทางกับอัตราการเกิดที่น้อยลง เจ๊จึงอดสงสัยไม่ได้ว่า

หรือการแยกห้องนอนจะแสดงถึงความสัมพันธ์อันสั่นคลอนของสามีภรรยา และเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนมีลูกกันน้อยลงด้วยกันแน่?

“ห้องสามี” เป็นเรื่องธรรมดา

ครอบครัวญี่ปุ่นหลายครัวเรือนจะมีห้องหนึ่งที่ไว้สำหรับสามีโดยเฉพาะ ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นห้องนอนแต่อย่างใด แต่เป็นห้องที่ไว้สำหรับทำงานล่วงเวลาหรืออาจจะไว้สำหรับนอนพักกรณีกลับบ้านดึกมาก ตลอดจนเป็นที่กองสมบัติของสามีทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนที่ชอบ โมเดลที่รัก ฯลฯ .. กล่าวคือเป็นโลกส่วนตัวของสามีที่ภรรยาเข้าไม่ถึงนั่นเอง

ทว่า บ้านที่มีห้องสามีที่เป็นห้องนอนแยกส่วนตัวเลยก็มีไม่น้อยนะคะ ซึ่งแม้แต่ในสังคมญี่ปุ่นเองก็ตั้งคำถามเรื่องนี้กันเหมือนกันว่าเพราะอะไร

สำรวจห้องนอนคู่สมรส

ในปี 2017 บริการจัดหาบ้านและอสังหาริมทรัพย์ SUUMO ได้ออกแบบสอบถามเรื่องดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ มีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งชายและหญิงรวมทั้งสิ้น 221 คน โดยผลสำรวจที่ได้ก็เป็นไปดังกราฟด้านล่างนี้ค่ะ

ซึ่งเหตุผลของผู้ตอบแบบสอบถามก็ล้วนต่างกันออกไป อย่างกลุ่มที่ตอบว่านอนด้วยกันมีทั้งที่บอกว่าเพื่อความสัมพันธ์ที่ดี และที่บอกว่าแยกห้องไม่ได้เพราะไม่มีห้องอื่นแล้ว เป็นต้น ส่วนกลุ่มที่ตอบว่านอนแยกห้องก็ให้เหตุผลด้านสุขภาพ เนื่องจากเวลานอนไม่ตรงกัน อาจจะทำให้สามีหรือภรรยาตื่นได้ หรือจะเป็นเหตุผลคลาสสิกอย่างคู่สมรสนอนกรนจนทนไม่ได้ เป็นต้น

ผลสำรวจข้างต้นสอดคล้องกับแบบสำรวจของเว็บไซต์ Lalun ซึ่งเป็นเว็บไซต์สำหรับให้คำปรึกษาแก่ผู้หญิง ที่ได้สำรวจสมาชิกจำนวน 6,332 คนในปี 2014 พบว่ามีผู้ที่นอนร่วมห้องกับสามีสูงถึง 87% แต่เมื่อสำรวจตามระยะเวลาที่ครองคู่กันก็พบว่ายิ่งแต่งงานกันมานานเท่าไหร่ อัตราการแยกห้องก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น (4% ในปีแรก เทียบกับ 36% ในคู่สมรสที่แต่งงานเกิน 20 ปี) และให้เหตุผลไปในทำนองเดียวกัน

สรุป

แม้โดยภาพรวมจะยังคงมีคู่สมรสที่นอนด้วยกันอยู่ในสัดส่วนที่มาก แต่เมื่อลองมาดูที่อายุของผู้ตอบแบบสอบถามกลับพบว่าพออายุมากขึ้น คู่แต่งงานที่แยกห้องกันนอนก็มีมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ซึ่งเมื่อพิจารณาร่วมกับเหตุผลที่ผู้ตอบให้มาข้างต้นแล้ว การแยกห้องนอนก็ไม่จำเป็นว่าจะบอกถึงความสัมพันธ์ของคู่สมรสเสมอไป แต่อาจเป็นตัวชี้ให้เห็นสถานะทางการเงินของครอบครัวที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุ และมากพอที่จะจัดหาห้องนอนสำหรับแต่ละบุคคลได้

หรือหากมองอีกนัยหนึ่ง การแยกห้องนอนก็อาจเป็นตัวชี้วัดความเข้าใจและห่วงใยกันในอีกรูปแบบหนึ่ง กล่าวคือเป็นการเคารพพื้นที่ของตัวเองและอีกฝ่ายเพื่อลดการกระทบกระทั่งกันในเรื่องที่ไม่จำเป็นก็ย่อมได้ด้วยเช่นกันค่ะ


แหล่งสืบค้น
ภาพประกอบ