☀️ เตรียมตัวเผชิญหน้าร้อนญี่ปุ่นอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด 😎
บทความ

☀️ เตรียมตัวเผชิญหน้าร้อนญี่ปุ่นอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด 😎

หน้าร้อนญี่ปุ่นเป็นฤดูเหนื่อยกายเหนื่อยใจค่ะ เพราะนอกจากจะหน้าเมือกง่าย ตัวเหนอะหนะร้อนระอุ (แถวบ้านเรียกตัวเอือด) เหงื่อออกจะสุดก็ไม่สุดแล้ว ยังพาลทำให้ไม่อยากเคลื่อนไหว โดยเฉพาะในเขตเมืองที่ความร้อนจากพื้นยางมะตอยและพื้นคอนกรีตตีขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง .. คนก็เลยเสียทั้งน้ำทั้งเกลือแร่ แห่กันเป็นลมแดดกันเป็นแถว ๆ ค่ะ

คนมาญี่ปุ่นช่วงนี้ อย่าได้ประมาทว่า “ชั้นมาจากเมืองไทย ชั้นทนได้ ชั้นโอเค” เชียวนะคะ

ฉะนั้น เพื่อความสุขในการท่องเที่ยวและใช้ชีวิตในฤดูร้อนแบบญี่ปุ่น เจ๊มีคำแนะนำให้ดังต่อไปนี้ค่ะ

พกน้ำหรือน้ำเกลือแร่ติดตัวตลอดเวลา

น้ำเปล่าและน้ำเกลือแร่มีขายทั่วไป ยี่ห้อไหนก็ตามศรัทธาเลยค่ะ .. ยิ่งเสียเหงื่อมาก ยิ่งต้องเติมทั้งน้ำและเกลือแร่ ไม่งั้นเดิน ๆ ล้มตึงขึ้นมานี่ เรื่องใหญ่น่าดูเลยนะคะ

ทั้งนี้ ใครที่มาญี่ปุ่นในช่วงเวลานี้จะสังเกตได้ว่า น้ำเปล่ากับน้ำเกลือแร่ตามตู้กดน้ำหรือตามร้านสะดวกซื้อ จะขายหมดตลอด ถ้าหาตามจุดท่องเที่ยวหรือสถานีรถไฟไม่ได้ ก็ลองหาตามซุปเปอร์มาร์เก็ตนะคะ

ทว่า การดื่มน้ำเกลือแร่มากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีนะคะ ควรดูที่ตัวเองว่าเหนื่อยขนาดไหน หากไม่มั่นใจควรปรึกษาแพทย์หรือหาอ่านจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือนะคะ (อย่าเชื่อข้อความตามไลน์ไปซะหมดเนาะ)

ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หนัก

ที่มาภาพประกอบ: https://pixabay.com/images/id-3445988/

การดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้ร่างกายเสียน้ำค่ะ ซึ่งบอกได้เลยว่า การดื่มหนักในหน้าร้อน บวกกับอากาศร้อนฉ่าในวันรุ่งขึ้นคือนรกดี ๆ นี่เอง เพราะการสูญเสียน้ำจะเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งจากภายในและภายนอก รวมกับอาการมึนศีรษะจากอาการเมาค้าง จะเปลี่ยนวันทั้งวันให้กลายเป็นวันที่ทำอะไรแทบจะไม่ได้เลย นอกจากอาเจียนและดื่มน้ำเกลือแร่ค่ะ (จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เมาหยำเปจนต้องลางานในวันรุ่งขึ้น เพราะเป็นลมแดดระหว่างขึ้นรถไฟ >__<)

หลีกเลี่ยงการโดนแดดจัด

ท้องฟ้าญี่ปุ่นช่วงหน้าร้อนมักจะเป็นฟ้าเปิดค่ะ คือแดดจ้า ฟ้าใสแจ้งจางปาง การโดนแดดจัดในสภาพอากาศที่แห้งจึงเป็นเรื่องที่ต้องเจออย่างช่วยไม่ได้ แต่ก็มีหลายวิธีที่จะช่วยให้เราไม่ต้องสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง อาทิ การใส่หมวก, การใช้ร่มกันแดด, การเดินหรือพักในที่ร่ม เป็นต้น

นอกจากนี้ ครีมกันแดดยังเป็นสิ่งที่ควรมีอย่างยิ่ง เพราะด้วยความที่ฟ้าเปิด ย่อมหมายถึงรังสีอัลตร้าไวโอเลตที่ไม่เพียงจะย่างผิวเราให้เกรียมเยี่ยงงูลอกคราบแล้ว ยังจะเป็นปัจจัยให้เกิดมะเร็งผิวหนังในระยะยาวได้อีกด้วยนะคะ

สวมใส่เสื้อผ้าสำหรับหน้าร้อน

ที่มาภาพประกอบ: https://pixabay.com/images/id-1986493/

เข้าใจว่าคนมาเที่ยวเนาะ ก็อยากแต่งเต็มแต่มเยอะบ้าง แต่ขอให้เว้นหน้าร้อนไว้หน่อยก็จะดีค่ะ เป็นไปได้ก็เสื้อเชิ้ตบางๆ เสื้อยืดสบายๆ กางเกงยีนส์ไม่หนามาก ไม่ก็กางเกงผ้าไปเลย หรือถ้าอยากจะโชว์ความเป็นญี่ปุ่น จะหาเช่าหาซื้อชุดยุกะตะ หรือกิโมโนที่ใส่กันในหน้าร้อนมาใส่ก็ดูเข้าทีไม่แพ้กันนะคะ

เปิดเครื่องปรับอากาศอย่างเหมาะสม

ที่มาภาพประกอบ: https://www.flickr.com/photos/cinz/27271985566

หลายคนอาจจะเคยได้ยินที่ว่า ช่วงหน้าร้อนในประเทศญี่ปุ่น คนที่นี่เปิดแอร์ 28 องศา .. ซึ่งเป็นเรื่องจริง แม้แต่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมก็ยังเคยกล่าวจนสื่อมวลชนถามว่า “ไม่โหดไปหน่อยเหรอ?” (ความจริงก็คือรัฐบาลรณรงค์ให้คนประหยัดไฟ และแนะนำให้เปิดแอร์ที่ 26 องศา โดยอาจปรับเพิ่มได้ 2 องศาในกรณีไม่ได้ใส่เนคไท)

ถามว่าความเป็นจริง 26 องศานี่อยู่ได้มั้ย? อืม .. ตอบยากค่ะ เพราะอย่างที่ออฟฟิศเจ๊ก็เปิด 26 องศา ตอนเข้าออฟฟิศคือเหงื่อแตกทุกวัน แต่พอนั่งจนชินมันก็อยู่ได้นะ แค่หน้ามันเล็กน้อย แต่ข้อดีคือเวลาออกไปข้างนอก ร่างกายก็ไม่ต้องปรับอุณหภูมิมาก โอกาสที่จะเป็นลมแดดเฉียบพลันก็จะลดน้อยลงตามไปด้วยค่ะ

สุขภาพสำคัญที่สุด

และสุดท้าย ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม สุขภาพเราต้องมาก่อนนะคะ พยายามดูแลตัวเองให้ดี หากไม่ไหวก็ต้องพัก อย่าห่วงเที่ยวและฝืนจนอาการหนักจนถึงขั้นพังพาบหรือต้องเรียกรถพยาบาล เพราะค่ารักษาพยาบาลในญี่ปุ่นก็แพงไม่ใช่ย่อยนะคะ ^^;

คิดว่าเพียงเท่านี้ เราก็จะผ่านหน้าร้อนหฤโหดครั้งนี้ไปด้วยกันด้วยดีแล้วละค่ะ ^_^


แหล่งสืบค้นประกอบ