แผ่นดินไหวเค้าวัดความแรงกันยังไง? (ภาคต่อ)
บทความ

แผ่นดินไหวเค้าวัดความแรงกันยังไง? (ภาคต่อ)

ต่อจากคราวที่แล้วของได้เกริ่นถึงความเป็นมาของการวัดความแรงแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น คราวนี้เจ๊จะมาอธิบายมาตรฐานการวัดแผ่นดินไหวในปัจจุบันกันว่า ในประเทศญี่ปุ่นแห่งนี้เค้าวัดความแรงกันยังไงนะคะ

โดยในปัจจุบัน หน่วยวัดความรุนแรงแผ่นดินไหวของญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า Shindo (震度) เกิดจากการเทียบความเสียหายกับค่าที่ได้จากการคำนวณทางธรณีวิทยา ซึ่งแบ่งได้เป็น 10 ระดับ ได้แก่

① ระดับ 0 (Shindo Zero 震度0)

จับความแรงได้จากเครื่องวัดแรงสั่นสะเทือนเท่านั้น มนุษย์ทั่วไปไม่สามารถรับรู้ได้

② ระดับ 1 (Shindo Ichi 震度1)

บางคนที่รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ง่ายจะเริ่มรับรู้ถึงแผ่นดินไหว อาจมีอาการวิงเวียน มึนหัว

แผ่นดินไหวระดับ 0 (ซ้าย) และระดับ 1 (ขวา)
ที่มาภาพประกอบ: https://www.jma.go.jp/jma/kishou/know/shindo/index.html

③ ระดับ 2 (Shindo Ni 震度2)

ผู้คนส่วนมากรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน บางคนที่นอนหลับอยู่เริ่มตื่นขึ้น
โคมไฟเพดานเริ่มแกว่งไปมาในระดับเซ็นติเมตร

④ ระดับ 3 (Shindo San 震度3)

ผู้คนเกือบทั้งหมดรับรู้ถึงแผ่นดินไหว หากสั่นเป็นระยะเวลาช่วงหนึ่งจะเริ่มมีผู้คนหวาดกลัวและรู้สึกไม่ปลอดภัย จานชามที่วางซ้อนกันเริ่มมีเสียงกระทบกันดังออกมา

ภายนอกบ้าน สายไฟเริ่มแกว่งไปมาแม้ไม่มีลม

แผ่นดินไหวระดับ 2 (ซ้าย) และระดับ 3 (ขวา)
ที่มาภาพประกอบ: https://www.jma.go.jp/jma/kishou/know/shindo/index.html

⑤ ระดับ 4 (Shindo Yon 震度4)

แผ่นดินไหวระดับ 4
ที่มาภาพประกอบ: https://www.jma.go.jp/jma/kishou/know/shindo/index.html

ผู้คนเกือบทั้งหมดเริ่มหวาดกลัวและมองหาที่หลบภัย ปรากฏมีคนหลบใต้โต๊ะ คนที่หลับอยู่ตื่นขึ้นเกือบทั้งหมด ของที่แขวนกับเพดานสั่นไปมาอย่างรุนแรง เครื่องใช้ในครัวที่วางใกล้กันเกิดเสียงชนกัน มีหนังสือและกล่องที่มีจุดศูนย์ถ่วงสูงตกจากชั้นวางของ

สายไฟภายนอกบ้านเริ่มแกว่งให้เห็นอย่างชัดเจน ต้นไม้ไหวสั่น เริ่มรู้สึกถึงแรงสั่นแม้ในขณะที่กำลังเดินหรือนั่งลงกับพื้น มีแรงปะทะคล้ายลมพัดวูบให้คนที่กำลังขี่จักรยานรู้สึกได้

ลิฟท์จะเริ่มหยุดทำงานอัตโนมัติที่แผ่นดินไหวระดับนี้ และเริ่มไม่ควรอยู่ในอาคารค่ะ

⑥ ระดับ 5 อย่างเบา (Shindo Go Jyaku 震度5弱)

ผู้คนเกือบทั้งหมดหวาดกลัวและมองหาที่หลบภัย ทางเดินในบ้านเริ่มเสียหาย โคมไฟและของที่แขวนกับเพดานสั่นไปมาอย่างรุนแรง เฟอร์นิเจอร์เริ่มส่งเสียงลั่นออกมา หนังสือและกล่องที่มีจุดศูนย์ถ่วงสูงตกจากชั้นวางของ

เริ่มเดินยากขึ้น ลิฟท์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ (ต้องให้ช่างมาซ่อมหลังเกิดแผ่นดินไหวเท่านั้น) พื้นดินเริ่มแตกออกจากกัน หินเริ่มถล่มบริเวณที่เป็นภูเขา

น้ำและแก๊สจะตัดที่แผ่นดินไหวระดับนี้ค่ะ

⑦ ระดับ 5 อย่างหนัก (Shindo Go Kyō 震度5強)

ผู้คนส่วนหนึ่งกลัวและหยุดทุกกิจกรรมที่ทำอยู่ ข้าวของตลอดจนโทรทัศน์ตกลงจากชั้นวาง ประตูบางบานเริ่มแยกออกและเปิดปิดไม่ได้ มีผู้บาดเจ็บจากสิ่งของที่กลิ้งหรือตกลงมากระแทก

กระจกหน้าต่างเริ่มแตก ถนนหนทางเริ่มฉีกขาดออกจากกัน อาคารที่ไม่ได้รองรับเหตุแผ่นดินไหวเริ่มพังทลาย

ไฟฟ้าตัด สาธารณูปโภคทั้งหมดจะเริ่มใช้การไม่ได้ที่แผ่นดินไหวระดับนี้ค่ะ

แผ่นดินไหวระดับ 5 อย่างเบา (ซ้าย) และระดับ 5 อย่างหนัก (ขวา)
ที่มาภาพประกอบ: https://www.jma.go.jp/jma/kishou/know/shindo/index.html

⑧ ระดับ 6 อย่างเบา (Shindo Roku Jyaku 震度6弱)

แผ่นดินไหวระดับ 6 อย่างเบา (อาคารด้านล่างเปรียบเทียบระหว่างอาคารที่สร้างเพื่อรองรับแผ่นดินไหว (ซ้าย) เทียบกับอาคารที่ไม่ได้สร้างเพื่อรองรับแผ่นดินไหว (ขวา) )
ที่มาภาพประกอบ: https://www.jma.go.jp/jma/kishou/know/shindo/index.html

ยืนได้ยาก เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่และหนักที่ไม่ได้ยึดพื้นหรือผนังไว้ล้มลงหรือเคลื่อนตัว ประตูส่วนมากเปิดปิดไม่ได้

กระจกแตก ผนังฉีกขาดและแยกออกจากกัน รถไฟเริ่มตกราง ชิ้นส่วนที่เป็นเครื่องจักรตัวลิฟท์เสียหายและ คนที่อยู่ภายในลิฟท์จำเป็นต้องติดอยู่ในนั้นเป็นเวลานาน

⑨ ระดับ 6 อย่างหนัก (Shindo Roku Kyō 震度6強)

แผ่นดินไหวระดับ 6 อย่างหนัก (อาคารด้านล่างเปรียบเทียบระหว่างอาคารที่สร้างเพื่อรองรับแผ่นดินไหว (ซ้าย) เทียบกับอาคารที่ไม่ได้สร้างเพื่อรองรับแผ่นดินไหว (ขวา) )
ที่มาภาพประกอบ: https://www.jma.go.jp/jma/kishou/know/shindo/index.html

ยืนไม่ได้ เคลื่อนไหวด้วยการคลานเท่านั้น

อาคารหลายแห่งผนังแตก พังทลาย สาธารณูปโภคทั้งหมดเสียหายและใช้การไม่ได้เป็นบริเวณกว้าง พื้นดินโดยเฉพาะที่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหวฉีกขาดออกจากกันอย่างชัดเจน ภูเขาที่มีพืชยึดหน้าดินน้อยเริ่มทลายตัวลง

⑩ ระดับ 7 (Shindo Nana 震度7)

แผ่นดินไหวระดับ 7 (เปรียบเทียบระหว่างอาคารที่สร้างเพื่อรองรับแผ่นดินไหว (ซ้าย) เทียบกับอาคารที่ไม่ได้สร้างเพื่อรองรับแผ่นดินไหว (ขวา) )
ที่มาภาพประกอบ: https://www.jma.go.jp/jma/kishou/know/shindo/index.html

ของที่ตกหล่นและการสั่นไหวเคลื่อนตัวอย่างไร้ทิศทาง ไม่สามารถเคลื่อนตัวได้อย่างอิสระ เฟอร์นิเจอร์เกือบทั้งหมดเคลื่อนตัวไปตามแรงสั่นสะเทือน โทรทัศน์ตลอดจนเครื่องใช้ในบ้านที่หนักเป็นกิโลกรัมถูกเหวี่ยงโยนไปมา

หินสุสานที่หนักเป็นสิบกิโลกรัมแตกหัก ต้นไม้ขนาดกลางและใหญ่ล้มลงให้เห็นราก กำแพงอาคารสถานที่เกือบทั้งหมดพังทลายลงกับพื้นล่าง

สาธารณูปโภคทั้งหมดถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง ถนนหนทาง ทางหลวง ทางด่วนต่างๆ เสียหายเป็นบริเวณกว้าง ถูกตัดขาดจากบริเวณโดยรอบ

แผ่นดินเริ่มเกิดรอยแยกขนาดใหญ่ เกิดดินไหล ภูเขาถล่ม หน้าดินปูดขึ้นหรือยุบลงอย่างผิดรูปไปจากเดิม

แล้วถ้ามันรุนแรงเกินระดับ 7 ขึ้นไปหละ?

ตามเกณฑ์ที่กรมอุตุนิยมวิทยาฯ แบ่งไว้ หากเกินระดับ 7 ไปแล้ว ให้ยึดเป็นระดับ 7 ทั้งหมดไปก่อนค่ะ โดยจะยังไม่มีการกำหนดค่าความรุนแรงระดับที่มากกว่า 7

สาเหตุนี่เจ๊พยายามหาข้อมูลหลายทางมาก ซึ่งทุกทางต่างชี้มาที่คำตอบเดียวกันคือ

“ยังไม่เคยเกิดขึ้นในญี่ปุ่นมาก่อน จึงไม่รู้ว่ามันจะรุนแรงได้ถึงระดับไหน”

… โอเคนะคะ 😅

ปิดท้ายด้วยภาพเหตุการณ์หลังแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในแถบโตเกียว นั่นก็คือ แผ่นดินไหวใหญ่คันโตเมื่อ พ.ศ.2466 ที่มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก อันเนื่องมาจากเพลิงไหม้เป็นบริเวณกว้างติดต่อกันเป็นเวลาสามวัน ด้วยเหตุเกิดขึ้นตอนประมาณช่วงเที่ยงวัน ซึ่งเป็นเวลาที่ผู้คนกำลังทำอาหารกันพอดี และเกิดอัคคีภัยคลอกตายยกครัวกันเป็นจำนวนมาก

ที่มาภาพประกอบ: https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Desolation_of_Nihonbashi_and_Kanda_after_Kanto_Earthquake.jpg#/media/File:Desolation_of_Nihonbashi_and_Kanda_after_Kanto_Earthquake.jpg

โดยหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มีการพัฒนาระบบป้องกันภัยต่างๆ อาทิ การตัดวาล์วแก๊สทันทีที่มีแรงสั่นสะเทือนขนาดใหญ่ เป็นต้น ทำให้แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียอย่างมากมายมหาศาล แต่ก็นับเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญในการพัฒนารูปแบบการป้องกันภัยขณะเกิดแผ่นดินไหวที่สำคัญเหตุการณ์นึงเลยก็ว่าได้เลยทีเดียวค่ะ

แผ่นดินไหวขนาดใหญ่แบบนี้ ว่ากันว่าจะเกิดขึ้นทุกๆ รอบ 100 ปี ซึ่งดูจากวันที่ข้างต้นนี้แล้วก็คงจะอีกไม่นาน ทั้งยังมีสัญญาณเตือนถี่ขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงปีหลังๆ มานี้อีกด้วยนะคะ

ก็ได้แต่หวังใจ ขออย่าให้เกิดอะไรรุนแรงเช่นนี้อีกเลย …


ที่มาและแหล่งประกอบการสืบค้น