ปราสาทชูริ: เป็นมา – เปลี่ยนผ่าน – ต่อไป
บทความ

ปราสาทชูริ: เป็นมา – เปลี่ยนผ่าน – ต่อไป

วันนี้ คิดว่าทุกคนคงเห็นข่าวตำหนักหลักสามหลังในหมู่ปราสาทชูริถูกเพลิงไหม้จนคงเหลือเฉพาะฐาน ที่สร้างความตกตะลึงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยเป็นหมู่อาคารที่เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดโอกินาวะ จังหวัดที่ 47 ที่เคยเป็นรัฐเอกราชในนามอาณาจักรรีวกีวมาก่อนนั่นเอง

แต่นอกจากอนาคตของปราสาทชูริต่อจากนี้ ตลอดจนสาเหตุของเพลิงไหม้ที่กำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวนแล้ว เรามาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่าค่ะว่า ปราสาทชูริ มีความเป็นมาอย่างไร ทำไมจึงเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ และผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่า 600 ปีได้จนถึงทุกวันนี้

© 663highland

ปราสาทชูริเมื่อแรกสร้าง

ประวัติการเริ่มสร้างปราสาทชูรินั้น ปัจจุบันยังไม่มีใครทราบแน่ชัดค่ะว่าเริ่มสร้างเมื่อใด แต่สันนิษฐานกันว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นในช่วงสามอาณาจักร (三山時代) ราวคริสต์ศตวรรษที่ 14 เพื่อเป็นพระราชวังของราชวงศ์ Shō โดยหลังจากที่ราชวงศ์ดังกล่าวเอาชนะและผนวกรวมอีกสองอาณาจักรเข้ากับอาณาจักรของตนได้สำเร็จใน พ.ศ. 1972 แล้ว พระราชวังชูริก็กลายมาเป็นศูนย์กลางในการบริหารราชการแผ่นดินของอาณาจักรรีวกีวในเวลาต่อมานั่นเอง

พระราชวังชูริ ทำหน้าที่เหมือนกับพระราชวังองค์อื่นๆ คือนอกจากจะเป็นศูนย์กลางทางการปกครองแล้ว ยังเป็นหัวใจของการค้าระหว่างรัฐ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการเมืองของอาณาจักรรีวกีวตลอดระยะเวลา 450 ปีแห่งความรุ่งเรืองจนถึงกาลล่มสลายของอาณาจักรดังกล่าวอีกด้วย

ทั้งนี้ ในบันทึกทางประวัติศาสตร์ ระบุว่าพระราชวังชูริถูกเพลิงไหม้และสร้างใหม่มาแล้วหลายครั้ง ทั้งยังเป็นสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ มากมาย ที่จะกล่าวในลำดับต่อไปค่ะ

วังหลวงแห่งรัฐอารักขาสู่ปราการแห่งจักรวรรดิ

อาณาจักรรีวกีวพบช่วงเปลี่ยนผ่านจากรัฐอิสระมาเป็นรัฐอารักขาของรัฐศักดินา Satsuma จนกระทั่งถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2422 ทำให้สถานะจากที่เป็นที่พำนักของราชวงศ์แต่เดิม กลายมาเป็นป้อมปราการ ด้วยความที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถมองเห็นทะเลรอบด้สนได้จากทุกจุดของหมู่อาคาร ซึ่งในช่วงเวลานั้นเอง กองทัพจักรวรรดิก็ได้สร้างเครือข่ายอุโมงค์ใต้ตัวแทนของอดีตอาณาจักรที่ล่มสลายนี้ ก่อนจะย้ายออกไปในปี พ.ศ. 2439

หลังจากนั้น ปราสาทชูริก็ถูกปล่อยทิ้งไว้ในฐานะสมบัติของรัฐบาลในสมเด็จพระจักรพรรดิฯ จนกระทั่งเมืองชูริขอซื้อคืนจากรัฐบาลในปี พ.ศ. 2451 และค่อยๆ บูรณะขึ้นมาใหม่ โดยในครั้งนั้น ตำหนักท้องพระโรงใหญ่ (正殿) ทางทิศตะวันตก ถูกเปลี่ยนให้เป็น Okinawa Jinja ศาลเจ้าตามศาสนาชินโตในปี พ.ศ.​ 2466 และเป็นสมบัติแห่งชาติในอีกสองปีต่อมา

ปราสาทชูริ ก่อนมหาสงครามเอเชียบูรพา

ความรุ่งเรืองอันปลาสนาการ

ระหว่างช่วงมหาสงครามเอเชียบูรพา จักรวรรดิญี่ปุ่นก็กลับมาใช้พื้นที่ใต้ปราสาทอีกครั้งเพื่อเป็นฐานบัญชาการรบในภูมิภาค ปราสาทชูริในสภาพทรุดโทรมจึงกลายเป็นเป้าโจมตีของเรือรบสหรัฐอเมริกาไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และสูญสลายไปในกองเพลิงในวันที่ 27 เมษายน 2488

เพลิงสงคราม ไม่เพียงทำลายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ คร่าชีวิตและความหวังของทหารนับพันทั้งบริเวณรอบ ๆ และใต้พื้นที่ปราสาทเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมรดกทางวัฒนธรรมและคลังพระมหาสมบัติในตัวปราสาทที่แม้จะรอดการเปลวเพลิงอย่างปาฏิหาริย์ แต่ก็ถูกกองทัพสหรัฐฯ ปล้นชิงไปจนสิ้น ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงไม่สามารถตามกลับคืนมาได้ทั้งหมด

สู่ความรุ่งโรจน์หลังไฟสงคราม

พื้นที่ปราสาทชูริอยู่ภายใต้การครอบครองของกองทัพสหรัฐฯ จนจบสงครามโลกครั้งที่สอง และหลังจากนั้นพื้นที่ดังกล่าวก็ถูกใช้เป็นสถานที่จัดตั้งมหาวิทยาลัยรีวกีว ก่อนจะย้ายที่ตั้งในปี พ.ศ. 2518 หรืออีก 25 ปีถัดมา

การบูรณะปราสาทมีขึ้นหลังก่อตั้งมหาวิทยาลัย โดยเริ่มจากการสร้าง Shureimon ประตูกลางชั้นในของปราสาทชูริ ที่ปัจจุบันเป็นประตูหลักสู่หมู่อาคารปราสาทชูริ ในปี พ.ศ. 2501 ก่อนจะค่อย ๆ สร้างอาคารอื่น ๆ เพิ่มเติมจากหลักฐานภาพถ่าย บันทึกทางประวัติศาสตร์ และหลักฐานความทรงจำ จนสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2535

ทั้งนี้ ฐานเดิมของปราสาทชูริ อาทิ ฐานหินและโครงสร้างหินเดิมที่มีมาก่อน พ.ศ.​ 2493 ถูกขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมร่วมกับโบราณสถานอื่น ๆ ที่เป็นปราสาทและสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมของอาณาจักรรีวกีวในโอกินาวะ ในปี พ.ศ. 2543

ท้องพระโรงหลัก (正殿) © CEphoto, Uwe Aranas

เหตุเพลิงไหม้และอนาคตของปราสาทชูริ

เหตุเพลิงไหม้ในวันที่ 31 ตุลาคม 2562 ที่เกิดขึ้นในเวลาประมาณ 02:47 น. ที่ผ่านมา เผาทำลายอาคารสร้างใหม่ทั้งสิ้นสามหลัง ได้แก่

  • ตำหนักท้องพระโรงใหญ่ (正殿)
  • ตำหนักฝั่งเหนือ (北殿)
  • ตำหนักฝั่งใต้ (南殿)

นอกจากนี้ ยังมีอาคารอื่นๆ ที่ได้รับความเสียหายทั้งสิ้นรวม 7 หลัง กินพื้นที่เป็นบริเวณกว้างประมาณ 4,800 ตารางเมตร โดยหากยึดตามบันทึกทางประวัติศาสตร์แล้ว เหตุเพลิงไหม้ในปราสาทชูริครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 5 (4 ครั้งที่ผ่านมา เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1996, พ.ศ. 2203, พ.ศ. 2252 และ พ.ศ. 2488 ตามลำดับ)

ทั้งนี้ รัฐบาลท้องถิ่นประกาศจัดเตรียมบัญชีช่วยเหลือกองทุนบูรณะปราสาทชูริแล้ว แต่ยังคงไม่มีแผนการบูรณะในขณะนี้ ซึ่งน่าจะสรุปได้หลังเหตุการณ์สงบลงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

เราก็ได้แต่หวังว่าปราสาทชูริที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่า 600 ปี จะสามารถกลับมาอวดสายตาชาวโลกในฐานะตัวแทนทางวัฒนธรรมของอาณาจักรรีวกีวได้ในเร็ววันนะคะ