กว่าจะมาเป็นเจ๊ (ตอนที่ 2)
เรื่องเล่า

กว่าจะมาเป็นเจ๊ (ตอนที่ 2)

วันนั้นที่ซิซซ์เลอร์ สยาม .. สถานที่นัดเจอประจำของพวกเราในสมัยนั้น
การนัดเจอก็เป็นการเจอกันแบบปกติทั่วไป แต่ละคนก็เพิ่งเริ่มชีวิตทำงานก็อาจมาเร็วบ้างช้าบ้าง (หรือส่งข้อความมาบ่นคิดถึง เพราะหนีเพื่อนไปแต่งงานที่อเมริกาบ้าง)

ในวงสนทนานั้น .. จู่ๆ ริกา เพื่อนคนหนึ่งในวงก็พูดขึ้นมาว่า

"ชั้นลาออกจากงานแล้วนะ .. จะไปเรียนภาษาญี่ปุ่น"

จังหวะที่ริกาพูด มันเหมือนจังหวะจุดประกายในใจที่เก็บไว้มานาน (สวยและนางงามมาก)เพราะตัวเจ๊เอง เป็นคนที่ชอบประเทศญี่ปุ่นมาตั้งแต่เด็ก อยากเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนไปประเทศญี่ปุ่นมาก แต่พ่อแม่ไม่ยอมให้ไปอย่างรุนแรงด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ คือเป็นโรคภูมิแพ้แบบหนักเว่อร์มาก ขนาดที่ตื่นมาจามมาราธอนจนร้องไห้ หรือถูกปลุกด้วยเสียงกรี๊ดของแม่ เพราะหมอนเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีแดงทั้งใบชั่วข้ามคืน (เลือดกำเดาไหล)

จบคืนมิตติ้งไป เจ๊ก็เอาไปนั่งคิดนอนคิดต่อว่า "เอ๊ะ จริงๆ ชั้นก็อยากเรียนเหมือนกันนะ"
คิดได้อย่างนั้นก็เลยโทรไปหาริกา แล้วเริ่มบทสนทนาว่า "แก ถ้าชั้นอยากจะไปเรียนด้วย แกจะโอเคมั้ย?" ซึ่งริกาก็ตอบกลับมาทันทีว่า "เอาดิ ไปเรียนด้วยกัน"

หลังจากวางสาย ริกาก็ส่งรายละเอียดโรงเรียนและคอร์สเรียนมาให้ เป็นของโรงเรียนสอนภาษาวาเซดะ (กรุงเทพฯ) คอร์สเรียนเต็มวัน คอร์สละสามเดือน ราคา 35,000 บาท

35,000 บาท!!!

อุ๊พส์ .. จะบอกป๊ากับแม่ยังไงดีหว่า =__=


หมายเหตุ
  • ราคาและคอร์สเป็นข้อมูล ณ เวลาที่เกิดเหตุการณ์ ข้อมูลปัจจุบัน รบกวนสอบถามทางโรงเรียนเองนะคะ